ค็อบบี้ ไมนู กองกลางแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยืนยันว่า การพูดคุยเรื่องฟุตบอลโลกยังต้องพักไว้ก่อน เพราะเป้าหมายสำคัญตอนนี้คือการพา “ปีศาจแดง” คว้าตั๋วไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ให้ได้ ตามรายงานของ Manchester Evening News
มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษวัย 21 ปี กลับมาเป็นกำลังสำคัญในทีมของไมเคิล คาร์ริค หลังเคยหลุดจากตัวจริง และเตรียมลงเล่นเกมใหญ่กับลิเวอร์พูลในวันอาทิตย์นี้ พร้อมสถานะใหม่หลังเซ็นสัญญาระยะ 5 ปี ซึ่งจะทำให้เขาอยู่กับยูไนเต็ดจนถึงปี 2031
อนาคตระยะยาวของไมนูถูกเคลียร์เรียบร้อยแล้ว ท่ามกลางแผนปรับโฉมแดนกลางของสโมสร โดยมีชื่อของคาร์ลอส บาเลบา และเอลเลียต แอนเดอร์สัน อยู่ในกลุ่มนักเตะที่ตกเป็นข่าว ขณะที่คาเซมิโร่ ซึ่งกำลังมีฤดูกาลที่ยิงประตูได้ดีที่สุดนับตั้งแต่มาอยู่โอลด์ แทรฟฟอร์ด จะอำลาทีมหลังจบฤดูกาลนี้
ไมนูเปิดใจกับ GQ Magazine ถึงรุ่นพี่ชาวบราซิลว่า “สำหรับผม คาเซมิโร่, บรูโน่ แฟร์นันด์ส และทอม ฮีตัน ยังคงเป็นต้นแบบในชีวิตของผม โดยเฉพาะในสนามฟุตบอล วิธีที่พวกเขาวางตัวและเข้าหาเกมการแข่งขัน”
เขากล่าวต่อว่า “มันสำคัญเสมอที่ต้องมีคนที่คุณอยากเรียนรู้จากเขา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฟุตบอล หรือนอกสนามและชีวิต ตอนผมเด็ก ๆ ฤดูกาลก่อนที่เขาจะย้ายมา เขาอยู่ในทีม FIFA ของผมตลอด ดังนั้นการได้เล่นกับเขาและเรียนรู้จากเขาทุกวัน มันเป็นพรอย่างหนึ่ง”
“มันจะต้องสะเทือนอารมณ์แน่นอนตอนที่เขาจากไป เพราะผลกระทบที่เขามีต่ออาชีพของผมจนถึงตอนนี้มันยอดเยี่ยมมาก ผมไม่คิดว่าเขารู้เรื่องนั้นด้วยซ้ำ”
ในระดับทีมชาติ อังกฤษหวังลบความผิดหวังจากการแพ้รอบชิงชนะเลิศทัวร์นาเมนต์ใหญ่สองครั้งติดต่อกัน หลังพ่ายสเปนในยูโร 2024 และก่อนหน้านั้นแพ้อิตาลีในการดวลจุดโทษเมื่อปี 2021 การเข้ามาของโธมัส ทูเคิล และทัวร์นาเมนต์ที่กำลังจะมาถึงในอเมริกาเหนือ ทำให้เกิดความหวังใหม่ในทีม
อย่างไรก็ตาม ไมนูยืนยันว่าโฟกัสของเขายังอยู่กับแมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งกำลังลุ้นพื้นที่ฟุตบอลยุโรป โดยทีมมีคะแนนนำเบรนท์ฟอร์ด อันดับ 6 อยู่ 10 แต้ม
ไมนูกล่าวว่า “เรามีช่วงท้ายฤดูกาลที่สำคัญ และเราพยายามจบอันดับให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังนั้นจึงไม่มีการคุยเรื่องฟุตบอลโลกมากนัก มันเป็นเรื่องของงานตรงหน้ามากกว่า”
“มันง่ายสำหรับคนอื่นที่จะมองภาพใหญ่และเห็นสิ่งที่กำลังจะมาถึง แต่สมาธิไม่สามารถหลุดจากเกมที่อยู่ตรงหน้าได้ เพราะพรีเมียร์ลีกคือลีกที่ยากที่สุดในโลก ทุกทีมอันตรายหมด ดังนั้นถ้าเราละสายตาจากลูกบอล คุณจะต้องชดใช้”